เหน็บชาที่เท้า เกิดจากอะไร มีวิธีแก้อาการอย่างไรให้ดีขึ้น

เหน็บชาที่เท้า เกิดจากอะไร มีวิธีแก้อาการอย่างไรให้ดีขึ้น

เหน็บชาที่เท้า ปัญหาสุขภาพที่สามารถพบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งกับเด็ก และผู้ใหญ่ ที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพการใช้ชีวิต หรือเป็นสัญญาณเตือนของโรคบางอย่างได้ เช่น โรคพิษสุราเรื้อรัง หรือ เบาหวาน เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจถึงสาเหตุ และ วิธีแก้ อาการดังกล่าว จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม 

 

ด้วยความห่วงใยจาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส บทความนี้ จึงได้รวบรวมข้อมูลสุขภาพดี ๆ เกี่ยวกับ โรคเหน็บชาที่เท้า เกิดจากอะไร มีวิธีแก้อาการอย่างไรให้ดีขึ้น มาฝากกัน 

 

อาการเหน็บชาที่เท้า คืออะไร  

 

อาการเหน็บชาที่เท้า คืออะไร

 

อาการเหน็บชาที่เท้า คือความรู้สึกเสียวซ่าเหมือนเข็มทิ่มแทงบริเวณฝ่าเท้า ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาการทำงานของระบบเส้นประสาท โดยสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การนั่งหรือยืนในท่าเดียวกันนานเกินไป, การสวมรองเท้าที่ไม่เหมาะสม, หรือการขาดวิตามินบี เป็นต้น ซึ่งวิธีแก้ไขก็จะมีความแตกต่างกันออกไป 

 

สาเหตุ เหน็บชาที่เท้า เกิดจากอะไร? 

 

สาเหตุ เหน็บชาที่เท้า เกิดจากอะไร?

 

การรู้จัก และเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอากาเหน็บชาที่เท้า ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถหาวิธีแก้เพื่อป้องกัน และรักษาได้อย่างถูกต้อง โดยอาการเหน็บชาสามารถเกิดขึ้นได้จาก 5 สาเหตุหลักได้แก่  

 

  1. การกดทับเส้นประสาท

โดยเกิดจากการนั่ง หรือ ยืนในท่าเดียวกันนาน ๆ ซึ่งส่งผลต่อการกดทับบริเวณเส้นประสาท ทำให้มีอาการเหน็บชาบริเวณเท้า เช่น การนั่งไขว้ขา, การยืนในท่าเดิมนานเกินไป ดังนั้น หากไม่เปลี่ยนท่าหรือ เปลี่ยนท่าทางการเคลื่อนไหว ก็อาจทำให้เกิดเหน็บชาที่เท้าได้ 

 

  1. อาการบาดเจ็บที่เท้า

กรณีหากมีการเกิดอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บ โดยเฉพาะบริเวณข้อเท้าหรือฝ่าเท้า ที่ส่งผลต่อเส้นประสาทโดยตรง เช่น การหกล้ม หรือการได้รับแรงกระแทก ฯลฯ สาเหตุเหล่านี้ก็สามารถทำให้เกิดอาการเหน็บชาที่เท้าได้  

 

  1. โรคเบาหวาน

โดยปกติผู้ป่วยโรคเบาหวาน จะมักมีอาการชาที่ปลายมือ และปลายเท้า ซึ่งเกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไปเป็นระยะเวลานาน ทำให้เส้นประสาทถูกทำลาย ซึ่งการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และใช้วิตามินบีในการรักษา ตามคำแนะนำของแพทย์ ก็จะช่วยให้อาการดีขึ้น 

 

  1. ภาวะเครียด

ความเครียดหรือวิตกกังวลมากเกินไป สามารถส่งผลกระทบต่อระบบประสาท ทำให้เกิดอาการเหน็บชา ดังนั้น การจัดการความเครียดด้วยวิธีต่าง ๆ ก็ถือเป็นสิ่งที่จะช่วยลดอาการเหน็บชาที่เท้าได้ เช่น การทำสมาธิออกกำลังกาย หางานอดิเรกทำ ฯลฯ

  

  1. การขาดวิตามินบี

เช่น วิตามิน B1, B6, และ B12  ที่มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทให้เป็นปกติ โดยหากขาดวิตามินเหล่านี้มากเกินไป อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทได้ เช่น เกิดอาการเหน็บชาที่มือ หรือเหน็บชาที่เท้า เป็นต้น 

 

ซึ่งสาเหตุการขาดวิตามินบีเหล่านี้ มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่หลากหลายจนเกิดภาวะขาดสารอาหาร โดยสัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังบ่งบอกว่ากำลังขาดวิตามินบี มีดังนี้ 

 

สัญญาณเตือนแบบไหนที่บ่งบอกว่า คุณกำลังขาดวิตามินบี  

 

สัญญาณเตือนแบบไหนที่บ่งบอกว่า คุณกำลังขาดวิตามินบี

 

  • รู้สึกเหนื่อยง่าย  
  • เริ่มเบื่ออาหาร  
  • อารมณ์แปรปรวน  
  • สมองมึนงง  
  • ผมร่วง 
  • โลหิตจาง 

 

โดยหากขาดวิตามินบี อาจนำไปสู่อาการที่รุนแรเช่น การเคลื่อนไหวช้าหรือเกิดอาการเหน็บชาที่มากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุมาจากการทำงานของระบบประสาทที่ผิดปกติ ดังนั้น การดูแลสุขภาพและรับประทานอาหารที่มีวิตามินบแต่ละชนิดย่างเพียงพอะช่วยป้องกันเหน็บชาที่เท้า จากการขาดวิตามินดังกล่าวได้

 

เหน็บชาที่เท้า มี วิธีแก้ อย่างไรบ้าง?

 

เหน็บชาที่เท้า มีวิธีแก้อย่างไรบ้าง?

 

แม้ว่าอาการเหน็บชาที่เท้า จะสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา และรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง ก็อาจช่วยลดโอกาสในการเกิดเหน็บชาที่เท้าได้ ซึ่งวิธีแก้มีดังนี้ 

 

  1. ปรับเปลี่ยนท่านั่งหรือยืน หลีกเลี่ยงการนั่งในท่าเดิมนาน ๆ และเปลี่ยนท่าบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้เกิดการกดทับที่เส้นประสาท
  2. เสริมวิตามินบี การรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี 1 สูง เช่น ข้าวกล้อง, ถั่ว, และธัญพืช หรือรวมไปถึงอาหารเสริม เพราะมีส่วนช่วยในการบำรุงการทำงานตามปกติของระบบประสาท ทำให้แก้เหน็บชาได้
  3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เช่น การเดิน, ว่ายน้ำ หรือการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
  4. เลือกสวมรองเท้าที่เหมาะสม รองเท้าที่พอดีกับฝ่าเท้าสามารถช่วยลดแรงกดทับที่เส้นประสาทได้ นอกจากนี้ แผ่นรองเท้าพิเศษเฉพาะบุคคลสามารถช่วยในการกระจายแรงกดและลดอาการชาได้
  5. ปรึกษาแพทย์ หากอาการชายังคงอยู่หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่เหมาะสม 

 

อาการเหน็บชาที่เท้า แบบไหนควรปรึกษาแพทย์

 

อาการเหน็บชาที่เท้า แบบไหนควรปรึกษาแพทย์

 

เหน็บชาที่เท้า หรือบริเวณมือ ถือเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้บ่อย และมักไม่เป็นอันตรายเพราะสามารถหายไปได้เองเมื่อเปลี่ยนท่าทางหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ แต่ในบางกรณี สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเหน็บชาดังต่อไปนี้ อาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพ และควรรีบเข้าพบแพทย์โดยด่วน เช่น 

 

  1. อาการชาเรื้อรัง หากมีอาการชาเกิดขึ้นเป็นเวลานานหรือมีความถี่มากขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง 
  2. อาการชาที่เพิ่มขึ้น หากรู้สึกว่าอาการชามีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือเกิดขึ้นในตำแหน่งอื่น ๆ ของร่างกาย ควรพบแพทย์ทันที 
  3. อ่อนแรงร่วมด้วย หากมีอาการชาและรู้สึกอ่อนแรงหรือไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อในบริเวณนั้นได้ อาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท 
  4. ความผิดปกติอื่น ๆ เช่น มีความร้อนหรือเย็นผิดปกติในมือหรือเท้า หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น ปวดหัว, เวียนศีรษะ, หรือการสูญเสียการทรงตัว ควรเข้าพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย 
  5. มีประวัติทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับโรคบางชนิด หากคุณมีประวัติของโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน, โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคเกี่ยวกับเส้นประสาท ควรปรึกษาแพทย์เมื่อมีอาการชา 

 

การใช้สิทธิบัตรทองในการรักษาอาการชา เหน็บชา 

สำหรับผู้ที่มีอาการอาการชา หรือ เหน็บชา บริเวณมือ เท้า ขา และแขน สามารถใช้สิทธิบัตรทองเพื่อรับบริการที่ร้านยาที่เข้าร่วม “โครงการร้านยาคุณภาพของฉัน ให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 อาการ” ได้ ซึ่งจะมีเภสัชกรคอยให้คำปรึกษา และจ่ายยาที่จำเป็น เช่น วิตามินบีรวมต่าง ๆ เพื่อรักษาอาการเหน็บชาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 

 

ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิบัตรทองสำหรับรักษาอาการชาที่ร้านยา สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านยาใกล้บ้านได้ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) [ เช็กรายชื่อร้านยาได้ที่นี่ ] โดยร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้เข้าร่วมโครงการสิทธิบัตรทอง พร้อมให้บริการ Delivery จัดส่งยาและสินค้าสุขภาพถึงบ้าน ผ่านแอปพลิเคชัน ALL PharmaSee 

 

ใช้บริการ Delivery คลิกเลย!

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เหน็บชาที่เท้า รวมถึงวิธีแก้   

Q: อาการชาที่เท้า กับเหน็บชาที่เท้าเหมือนกันไหม ? 

A: ไม่เหมือนกัน เพราะที่จริงแล้วอาการชา หมายถึง อาการที่ร่างกายสูญเสียความรู้สึก คล้ายกับเวลาที่เราโดยฉีดยาชา ส่วนอาการเหน็บชา จะเป็นอาการที่ให้ความรู้สึกเสียวซ่า หรือ เหมือนเข็มทิ่มแทงเกิดขึ้นบริเวณฝ่าเท้า ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสุขภาพของปัญหาระบบเส้นประสาท 

 

Q: ผู้ที่เป็นโรคเหน็บชา ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทใด ? 

A: ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดการขัดขวางกระบวนการดูดซึมของวิตามินบี เช่น ใบเมี่ยง หมากพลู ดื่มชา ปลาร้า แหนมดิบ ปลาส้มดิบ หอยดิบ เป็นต้น ซึ่งนอกจากการหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดแล้ว ผู้ป่วยโรคเหน็บชาควรเพิ่มอาหารที่มีวิตามินบี 1 สูงเช่น ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี ถั่วต่าง ๆ และเนื้อสัตว์ปีก เพื่อบำรุงระบบประสาทให้กลับมาทำงานตามปกติ 

 

Q: ทำไมถึงควรรับประทานวิตามินบี เพื่อป้องอาการ “เหน็บชาที่เท้า”? 

A: วิตามิน B1, B6, และ B12 เป็นวิตามินที่มีความสำคัญต่อการดูสุขภาพของระบบประสาท เพราะมีส่วนช่วยซ่อมแซมเส้นใยประสาท และฟื้นฟูการทำงานของร่างกายให้มีประสิทธิภาพ 

 

สรุป 

เหน็บชาที่เท้า ถือเป็นปัญหาสุขภาพที่สามารถจัดการได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม เช่น หลีกเลี่ยงการนั่งในท่าเดิมนาน ๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรับประทานวิตามินบี เป็นต้น โดยหากมีอาการที่รุนแรงหรือเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็น มีอาการชาที่เพิ่มขึ้น รู้สึกอ่อนแรงร่วมด้วย หรือมีประวัติเกี่ยวกับโรคเบาหวาน หากมีความกังวลใจ หรือไม่มั่นใจเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถขอคำปรึกษาจากเภสัชกรที่น่าเชื่อถือใกล้บ้าน หรือแอปพลิเคชัน ALL PharmaSee ตัวช่วยที่พร้อมให้คำแนะนำเรื่องสุขภาพกับคุณตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีค่าใช้จ่าย 

  

ที่มา 

เรื่องเข้าใจผิดกับ อาการชา จาก รามา แชนแนล   

Numbness in Feet XR Causes and When to Worry จาก Very well Health 

 


อัปเดตและติดตามสาระสุขภาพดี ๆ จาก ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ได้ที่

LINE: @eXtaPlus (https://bit.ly/eXtaplus)

หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพและการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน Application ALL PharmaSee ได้ แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ

All Pharma See

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เอ็กซ์ต้าเห็นการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่นๆ เอ็กซ์ต้ายังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้เอ็กซ์ต้าไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า ทั้งนี้หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของเอ็กซ์ต้า แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก