แพ้เหงื่อ ..อาการนี้มีจริง หรือมโน?

“แพ้เหงื่อ” อาการนี้มีอยู่จริงค่ะ ..หลายคนคงสงสัยว่าของที่ออกมาจากร่างกายของเราเอง จะทำให้เราแพ้ได้ด้วยหรือเนี่ย

สาเหตุของการแพ้เหงื่อเกิดจาก ปฏิกิริยาระหว่างส่วนประกอบของเหงื่อกับระบบภูมิต้านทานที่ผิวหนัง

เหงื่อมีส่วนประกอบของน้ำ เกลือแร่ และอาจจะมีสารหรือยาบางอย่างที่ขับออกมาจากร่างกายที่ไปกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง และเกิดความอับชื้นในบริเวณซอกพับของผิวหนัง ทำให้มีการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา นอกจากนี้เหงื่อยังเพิ่มการเสียดสีของผิวหนังบริเวณซอกพับ ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้กระตุ้นให้ผู้ป่วยมีอาการคัน ระคายเคืองที่ผิวหนัง ร่วมทั้งผื่นผิวหนังที่เกิดจากเหงื่อ


อาการแพ้เหงื่อสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่ผู้ที่มีประวัติของโรคภูมิแพ้ เป็นภูมิแพ้ผิวหนังหรือภูมิแพ้อื่น ๆ เช่นแพ้อากาศ หอบหืด แพ้อาหาร หรือมีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว ก็จะมีปัจจัยทำให้เกิดอาการแพ้เหงื่อได้มากขึ้น  อาการแพ้เหงื่อแบ่งออกได้เป็น 2 กรณีตามลักษณะที่ปรากฏ ได้แก่

  1. ผื่น ผดร้อน (Rash, Miliaria) – มีอาการคัน ร่วมกับการเกิดผื่น ที่บริเวณข้อพับต่างๆ ซอกคอ ลำตัว โดยผื่นจะค่อย ๆ ยุบจางหายไปเอง แต่ถ้าหากมีเหงื่อก็จะทำให้เกิดผื่นและอาการคันซ้ำได้อีกในบริเวณเดิมที่เคยเป็น
  2. ผื่นลมพิษที่ (Cholinergic Urticaria) –เป็นจุดนูนแดง และขยายขนาดออกเป็นปื้น ไม่มีขุย เกิดขึ้นเร็วและกระจายตามตัว แขน ขา มีอาการคัน ผื่นแต่ละที่มักอยู่ไม่เกิน 24 ชม. ทั้งนี้มีผู้ป่วยประมาณ 10 – 20% ที่ขึ้นผื่นต่อเนื่องจนกลายเป็นลมพิษเรื้อรัง

การดูแลรักษา

  1. หมั่นระบายความร้อน และความอับชื้น
  2. หลีกเลี่ยงการแกะเกาผิวหนัง ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังอักเสบ เป็นแผล และเกิดการติดเชื้อได้
  3. ทายาคาลาไมน์บริเวณผื่นลมพิษ เพื่อบรรเทาอาการคัน แต่ยานี้ไม่ได้ทำให้ผื่นหาย
  4. รับประทานยาแก้แพ้กลุ่ม ยาต้านฮีสตามีนหากมีอาการ

การเลือกใช้ยาต้านฮีสตามีน  ควรเลือกใช้ยารุ่นใหม่ที่ง่วงน้อยหรือไม่ง่วง (Non-sedating Antihistamine) เช่น ยาต้านฮิสตามีนรุ่นที่2 หรือ รุ่นที่3 เช่น Rupatadine(รูพาทาดีน)  Desloratadine(เดส-ลอราทาดีน) เนื่องจากมีหลักฐานการศึกษายากลุ่มนี้ว่ามีประสิทธิภาพดีกว่ายารุ่นเก่า  สามารถปรับระดับยาเพื่อใช้ในการรักษาได้กับผู้ป่วยที่มีอาการมากได้  ไม่ทำให้ง่วงนอน  และสามารถใช้ต่อเนื่องในระยะยาว


การเลือกใช้ยาแก้แพ้ที่ควรเลือกใช้สำหรับผู้ป่วยภูมิแพ้ที่มีอาการตลอดปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีอาการคัดแน่นจมูกหรือลมพิษ ซึ่งเป็นอาการที่พบบ่อยในคนไทย ควรเลือกยารุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพดีและมีปลอดภัยในระยะยาว ทั้งยารับประทานและยาพ่นจมูก เช่น Desloratadine (เดส-ลอราทาดีน), Mometasone Furoate (โมเมทาโซน ฟูโรเอต) เป็นต้น



หากมีข้อสงสัย หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่องโรคภูมิแพ้ รวมถึงการใช้ยา สามารถปรึกษากับเภสัชกรได้ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถปรึกษาเภสัชกรร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ผ่าน Application ALL PharmaSee ได้ตลอด 24 ชั่วโมง มาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ

All Pharma See
เอกสารอ้างอิง
  1. “ผื่นแพ้เหงื่อ”ภัยผิวหนังจากความร้อน”. เพ็ญวดี พัฒนปรีชากุล, ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. https://www.si.mahidol.ac.th/Th/healthdetail.asp?aid=1466      สืบค้นวันที่ 9กพ.
  2. Kulthanan, et al. Clinical practice guideline for diagnosis and management of urticaria. Asian Pac J Allergy Immunol 2016; 34:190-200.

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยาและอาหารเสริม สุขภาพแต่ละช่วงวัย

แพ้เหงื่อ ..อาการนี้มีจริง หรือมโน?

“แพ้เหงื่อ” อาการนี้มีอยู่จริงค่ะ ..หลายคนคงสงสัยว่าของที่ออกมาจากร่างกายของเราเอง จะทำให้เราแพ้ได้ด้วยหรือเนี่ย สาเหตุของการแพ้เหงื่อเกิดจาก ปฏิกิริยาระหว่างส่วนประกอบของเหงื่อกับระบบภูมิต้านทานที่ผิวหนัง เหงื่อมีส่วนประกอบของน้ำ เกลือแร่ และอาจจะมีสารหรือยาบางอย่างที่ขับออกมาจากร่างกายที่ไปกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง และเกิดความอับชื้นในบริเวณซอกพับของผิวหนัง ทำให้มีการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา นอกจากนี้เหงื่อยังเพิ่มการเสียดสีของผิวหนังบริเวณซอกพับ ปัจจัยต่าง ๆ