ท้องเสียจากเชื้อไวรัส

เชื้อโนโรไวรัส (Norovirus) เป็นเชื้อไวรัสก่ออาการท้องเสีย ปวดท้อง มีความทนทานต่อสภาวะแวดล้อม และเชื้อไวรัสน้อยกว่า 100 ตัวก็สามารถก่อให้เกิดโรคได้

 

อาการเด่นชัด เมื่อติดเชื้อไวรัสท้องเสีย

มักมีอาการภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังได้รับเชื้อ และจะหายได้เองภายใน 24-72 ชั่วโมงหลังจากเริ่มมีอาการป่วย

๐ คลื่นไส้ อาเจียน ค่อนข้างรุนแรง

๐ ถ่ายเหลวเป็นน้ำ

๐ ปวดท้อง

๐ ปวดศีรษะ

๐ มักมีไข้ต่ำๆ ร่วมด้วย แต่บางรายอาจมีไข้สูง 38-39 องศาเซลเซียสได้

๐ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว

 

รักษาตามอาการ มาตรฐานโรคท้องเสีย

ในปัจจุบันยังไม่มียาเฉพาะเจาะจงในการกำจัดเชื้อไวรัสนี้ การรักษาจึงเป็นการดูแลตามอาการ ต้องระวังการขาดน้ำโดยเฉพาะในเด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุ

๐ ดื่มน้ำเกลือแร่ (โอ อาร์ เอส) เพื่อทดแทนการเสียน้ำและเกลือแร่

๐ ทานอาหารอ่อน

๐ ใช้ยาตามอาการที่มี เช่น ยาแก้อาเจียน ยาแก้ปวดท้อง เป็นต้น

๐ อาจให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง

 

ติดเชื้อจากไหน ระวังไว้ให้ดี

ผู้ที่แพร่เชื้อไวรัสอาจมีอาการหรือไม่มีก็ได้ และแม้จะหายแล้วก็ยังสามารถแพร่เชื้อต่อได้อีกระยะหนึ่ง

๐ ผู้ติดเชื้อสามารถแพร่กระจายเชื้อไวรัสผ่านทางอุจจาระและการอาเจียน

๐ จากอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อน โดยเฉพาะอาหารปรุงไม่สุก และผัก-ผลไม้ที่ล้างไม่สะอาด

๐ การจับหรือสัมผัสกับสิ่งของที่มีเชื้ออยู่ แล้วนำนิ้วเข้าปากโดยเฉพาะในเด็ก

 

ป้องกันก่อนติดเชื้อ

ใส่ใจในสุขอนามัยโดยยึดหลัก  “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ”

๐ กินร้อน – เลือกอาหารที่ปรุงสุกใหม่ และสะอาด

๐ ช้อนกลาง – ลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อไวรัส

๐ ล้างมือ – ล้างมือด้วยสบู่นานไม่น้อยกว่า 20 วินาทีบ่อยๆ

 

ที่มา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล